10 สิ่งอันตรายของเครื่องสำอางผู้ใหญ่ที่ส่งผลเสียต่อผิวหน้าเด็ก

อัปเดตเมื่อ ก.ย. 6



แม้ว่าเครื่องสำอางจะเป็นของเล่นชั้นเยี่ยมในการช่วยพัฒนาการเรียนรู้และส่งเสริมจินตนาการให้กับลูกน้อยของคุณ หากแต่การจะคัดสรรเครื่องสำอางมาให้เด็กๆได้เล่นนั้น จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุด เนื่องจากผิวหนังของเด็กๆนั้นมีความอ่อนโยนและบอบบาง สามารถเกิดผื่นแพ้ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จะต้องเลือกเครื่องสำอางที่เหมาะสมและมีการรับประกันว่า จะไม่ส่งผลเสียให้กับลูกน้อยของคุณทั้งในระยะฉับพลันและระยะยาว


เครื่องสำอางผู้ใหญ่ถือเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับเด็ก เนื่องจากเครื่องสำอางผู้ใหญ่ส่วนมากนั้น มักจะมีส่วนผสมของสารเคมีที่หนาแน่น ซึ่งส่งผลอย่างร้ายแรงต่อลูกน้อย สารบางตัวอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือผื่นแพ้บนผิวหนังทันทีที่ใช้งาน สารบางตัวก็อาจส่งผลในระยะยาว เช่น ยับยั้งการเจริญเติบโตในบางส่วน หรือก่อให้เกิดความผิดปกติในด้านฮอร์โมน ซึ่งอาจไม่ได้ส่งผลให้เห็นทันที แต่กลับเป็นผลเสียที่ร้ายแรงและยากต่อการรักษาในอนาคต


ดังนั้น เรามาเรียนรู้ถึง 10 สิ่งที่อันตรายของเครื่องสำอางผู้ใหญ่ที่ส่งผลเสียต่อผิวหน้าเด็กกัน เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เพิ่มความระมัดระวัง และเลือกใช้เครื่องสำอางที่เหมาะสมกับลูกน้อยได้อย่างแท้จริงค่ะ


1.สารพาราเบน (Paraben)

สารพาราเบน ถือเป็นสารเคมีพื้นฐานที่แทบจะมีอยู่ในเครื่องสำอางผู้ใหญ่ทุกรูปแบบ เนื่องจากสารพาราเบนนั้นเป็นสารกันเสียที่ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานตัวผลิตภัณฑ์ให้อยู่ได้ทนและยาวนานยิ่งขึ้น ผู้ผลิตจึงนิยมใช้โดยมองข้ามถึงความอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการสะสมเป็นเวลานาน


สารพาราเบนก่อให้เกิดอันตรายได้ทั้งในระยะฉับพลันและระยะยาว โดยในระยะฉับพลันนั้น สารพาราเบนอาจก่อให้เกิดอาการผื่นแพ้ผิวหนัง บริเวณที่สัมผัสกับสารพาราเบนนั้นจะมีลักษณะเป็นผื่นแดง เกิดอาการคันหรือแสบได้ ในขณะที่ผลกระทบระยะยาวนั้นคือการส่งผลกระทบโดยตรงกับการทำงานของต่อมไร้ท่อ ซึ่งเป็นส่วนที่ผลิตฮอร์โมนโดยตรง ดังนั้น หากลูกน้อยได้ใช้ไป ก็จะส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนที่ผิดปกติได้ ซึ่งยากต่อการแก้ไขหรือการรักษาอย่างมาก


2.สารไตรเอทาโนลาไมน์ (Triethanolamine)

สารไตรเอทาโนลาไมน์นั้น มีข้อดีในการมีฤทธิ์ช่วยในการชะล้าง โดยส่วนมากมักจะใช้ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดผิว แต่ข้อเสียนั้นอาจเกิดขึ้นเนื่องจากสารไตรเอทาโนลาไมน์นั้นมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนสูง หากใช้กับผิวที่บอบบางของลูกน้อย ก็จะมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดการระคายเคือง อาการแสบและคันที่ผิวได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงโดยการให้ลูกน้อยได้ใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เหมาะสมกับเด็ก และมั่นใจได้ว่าปราศจากสารเคมีดังกล่าว



3. สารไพลโพลีนไกลคอล (Propylene Glycol)

สารไพลโพลีนไกลคอลมีหน้าที่สำคัญในการทำให้เครื่องสำอางมีเนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่ม เป็นเจล ทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสามารถซึมซับเข้าสู่ผิวได้ง่ายและใช้งานได้อย่างเรียบเนียน หากแต่สารนี้ทำให้ผิวที่ถูกสัมผัสเกิดอาการแสบร้อน หรืออาการคันได้ ลูกน้อยจึงควรหลีกเลี่ยงและไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารสกัดจากธรรมชาติแทน


4.สารซิลิโคน (Silicone)

สารซิลิโคนนั้นมีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกับสารไพลโพลีนไกลคอล โดยช่วยให้เครื่องสำอางมีความนุ่มลื่น ซึมซับกับผิวได้ง่าย หากแต่สารซิลิโคนเมื่อใช้ไปนานๆจะก่อให้เกิดการอุดตันบริเวณผิวหนังได้ เนื่องจากซิลิโคนเป็นสารหนักที่ปิดทับผิวหนัง จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานโดยเฉพาะกับผิวหนังที่บอบบางของลูกน้อย


5.สารปรอท (Mercury)

สารปรอทนั้นมีผลในการช่วยปรับสีผิวให้ขาวขึ้น มักเป็นส่วนผสมสำคัญในเครื่องสำอางผู้ใหญ่อย่างเช่น ครีมรองพื้น แป้ง หรือผลิตภัณฑ์ช่วยปรับสีผิวอื่นๆ ผลเสียเมื่อใช้ในระยะเวลาที่ยาวนานและต่อเนื่อง สารปรอทสามารถแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด และนำไปสู่การทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กๆ ดังนั้น สารปรอทจึงเป็นสารต้องห้ามและควรหลีกเลี่ยงในการใช้กับลูกน้อย


6.สารตะกั่ว (Lead)

สารตะกั่วมักพบในผลิตภัณฑ์อย่างลิปสติก ซึ่งเป็นสารที่จัดว่ามีความอันตรายสูงมาก เนื่องจากร่างกายสามารถดูดซึมสารนี้ได้อย่างง่ายดาย ก่อให้เกิดอาการปวดบิดในช่องท้องอย่างรุนแรง หรือในบางรายอาจเกิดอาการท้องผูกร่วมด้วย บางกรณีที่รุนแรงอาจก่อให้เกิดการถ่ายเป็นเลือด รู้สึกอ่อนแรง นอกจากนี้ยังทำให้เกิดภาวะซีดฉับพลัน เนื่องจากสารตะกั่วส่งผลในการทำลายเม็ดเลือดแดงโดยตรง จนนำไปสู่การเกิดภาวะระบบประสาทแปรปรวน


สารตะกั่วไม่ควรนำไปใช้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก หากแต่บางผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเหมาะสมก็อาจมีการปนเปื้อนสารตะกั่วมาได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรระมัดระวัง และตรวจสอบให้ดีว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เลือกให้กับลูกน้อยไม่มีสารตะกั่วเป็นส่วนประกอบ


7.สาร PVP (Polyvinyl Pyrrolidone)

สาร PVP มักพบในสเปรย์ที่ใช้ฉีดเพื่อการตกแต่งทรงผม ลักษณะของสารดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับกาว โดยมีคุณสมบัติทำให้ผมอยู่ทรงได้ในระยะเวลาที่ยาวนาน อย่างไรก็ตามสารนี้ก่อให้เกิดอันตรายผ่านทั้งการสัมผัสและการสูดดม โดยก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน บางรายอาจเกิดอาการผมร่วง รวมถึงบริเวณผิวหนังรอบข้างเช่นบริเวณข้างหู หน้าผาก หรือคอ ก็อาจเกิดอาการผื่นแพ้ได้อีกด้วย



8.แป้งทัลคัม (Talcum)

แป้งทัลคัมมักพบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผู้ใหญ่ที่มีลักษณะเป็นฝุ่นแป้ง เช่น อายแชโดว์ แป้งฝุ่น ซึ่งมีผลร้ายแรงหากใช้งานในระยะเวลาต่อเนื่อง หากสูดดมเข้าไปจะก่อให้เกิดการสะสมในปอด ก่อให้เกิดโรคปอด โรคมะเร็งปอด หรืออาจลามไปถึงการเป็นมะเร็งต่อมหมวกไตได้อีกด้วย ในผู้หญิง แป้งทัลคัมยังสามารถส่งผลถึงการทำงานในรังไข่ได้ ซึ่งทำให้เกิดการแปรปรวนหรือเกิดมะเร็งรังไข่ได้หากใช้ในระยะเวลานาน


9.สารสเตียรอยด์ (Steroids)

สารสเตียรอยด์มักพบในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า หากแต่บางครั้งก็พบในเครื่องสำอางบางประเภท เนื่องจากสารนี้ช่วยให้ผิวหน้าเนียนสวย ใส ไร้สิว ได้ในระยะเวลาอันสั้น หากแต่เมื่อหยุดใช้งานจะพบว่า สิวหรือผื่นแพ้ต่างๆจะเห่อขึ้นมากกว่าปกติ ในบางรายอาจพบว่าผิวเกิดการแตกลายหรือเป็นรอยแดง

นอกจากนี้ การใช้สารสเตียรอยด์ในเด็ก พบว่าสารนี้ส่งผลต่อการยับยั้งการเจริญเติบโตในเด็กอีกด้วย โดยจะไปกดภูมิต้านทานโรคที่มีในร่างกายจนทำให้ผู้ใช้เกิดการอ่อนแอ และส่งผลให้รับเชื้อจากภายนอกได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้น สารสเตียรอยด์ถือเป็นสิ่งต้องห้าม ในการใช้กับลูกน้อยหรือเด็กในวัยเจริญพันธุ์


10.สารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)

สารไฮโดรควิโนน เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการช่วยฟอกสีผิว ออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งหรือกดกระบวนการทางเคมีของเซลล์สร้างเม็ดสี จึงทำให้ฝ้าหรือริ้วรอยต่างๆจางลงไปได้อย่างรวดเร็ว สารนี้มักถูกผสมในครีมรักษาฝ้า และในเครื่องสำอางที่เกี่ยวข้องกับผิวหน้าโดยตรง หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อ